คู่มือ

ประกันสังคม 2569 หักเท่าไร?
วิธีคำนวณเงินสมทบมาตรา 33

คำตอบสั้น: ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 คิดจากค่าจ้างคูณ 5% ทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง โดยใช้ฐานค่าจ้างต่ำสุด 1,650 บาทและสูงสุด 17,500 บาท จึงหักได้ไม่เกิน 875 บาทต่อเดือนต่อฝ่าย นายจ้างต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงิน ส่งช้าเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน ฐานสูงสุดจะขึ้นเป็น 20,000 บาทในปี 2572 และ 23,000 บาทในปี 2575

ฐานค่าจ้าง 1,650–17,500 บาทมาจากกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 และหน้าสิทธิประโยชน์ของสำนักงานประกันสังคมระบุฐานนี้ไว้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

สูตรคำนวณเงินสมทบมาตรา 33 ปี 2569

  1. หาค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในเดือนนั้น
  2. ถ้าค่าจ้างต่ำกว่า 1,650 บาท ใช้ 1,650 บาทเป็นฐาน ถ้าเกิน 17,500 บาท ใช้ 17,500 บาท ถ้าอยู่ระหว่างนั้นใช้ค่าจ้างจริง
  3. นำฐานที่ได้คูณ 5% จะได้เงินสมทบส่วนลูกจ้าง
  4. นายจ้างจ่ายเงินสมทบส่วนของตนในอัตราเดียวกัน แล้วรวมกับส่วนที่หักจากลูกจ้าง
  5. นำส่งสำนักงานประกันสังคมพร้อมแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงิน

ถ้าผลคูณมีเศษสตางค์ ให้ตรวจวิธีปัดเศษกับสำนักงานประกันสังคมก่อนตั้งสูตร ตัวอย่างด้านล่างเลือกค่าจ้างที่ไม่มีเศษ

ตัวอย่างการคำนวณรายคน

ค่าจ้างต่อเดือน (บาท)ฐานที่ใช้คำนวณลูกจ้างถูกหัก (5%)นายจ้างสมทบ (5%)รวมนำส่ง
9,0009,000450450900
15,00015,0007507501,500
17,50017,500 (ฐานสูงสุด)8758751,750
30,00017,500 (ฐานสูงสุด)8758751,750

ค่าจ้าง 30,000 บาทเกินฐานสูงสุด จึงคิดจาก 17,500 บาทเท่านั้น ส่วนลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่า 1,650 บาท ต้องคิดจากฐาน 1,650 บาท

ตัวอย่างคำนวณยอดนำส่งทั้งบริษัท

สมมติบริษัทมีลูกจ้าง 3 คนในเดือนเดียวกัน ให้คิดทีละคนก่อนแล้วจึงรวม เพราะฐานต่ำสุดและฐานสูงสุดใช้กับผู้ประกันตนแต่ละคน

ลูกจ้างค่าจ้าง (บาท)ฐานที่ใช้ส่วนลูกจ้าง (บาท)ส่วนนายจ้าง (บาท)
ก30,00017,500875875
ข12,00012,000600600
ค9,0009,000450450
รวม51,00038,5001,9251,925

ยอดที่ต้องนำส่งเดือนนี้คือ 1,925 + 1,925 = 3,850 บาท ถ้าคิดผิดวิธีโดยเอาค่าจ้างรวม 51,000 บาทคูณ 5% จะได้ 2,550 บาทต่อฝ่าย สูงเกินจริง 625 บาท เพราะไปคิดเงินสมทบจากค่าจ้างส่วนที่เกินฐานสูงสุดของลูกจ้าง ก ด้วย

เช็กลิสต์ก่อนนำส่งแต่ละเดือน

  1. ตรวจว่าลูกจ้างมาตรา 33 ทุกคนถูกหักตามฐานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะคนที่ค่าจ้างเกิน 17,500 บาทซึ่งปี 2569 ต้องหัก 875 บาท
  2. แสดงยอดที่หักในสลิปเงินเดือนแยกจากรายการอื่น ลูกจ้างจะตรวจยอดได้ง่าย
  3. ทำแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบให้ยอดรวมตรงกับยอดที่หักจริงรายคน
  4. ชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ตามช่องทางที่สำนักงานประกันสังคมประกาศ
  5. เก็บหลักฐานการชำระไว้คู่กับรายงานค่าจ้างของงวดนั้น เพื่อใช้ตรวจย้อนหลัง

ฐานค่าจ้างประกันสังคม 2569–2575

กฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2568 แบ่งการปรับฐานสูงสุดเป็น 3 ระยะ ส่วนฐานต่ำสุดเป็น 1,650 บาททั้ง 3 ระยะ

ระยะช่วงเวลาฐานค่าจ้างสูงสุด (บาท)เงินสมทบสูงสุดต่อฝ่ายต่อเดือน (บาท)
11 ม.ค. 2569 – 31 ธ.ค. 257117,500875
21 ม.ค. 2572 – 31 ธ.ค. 257420,0001,000
3ตั้งแต่ 1 ม.ค. 257523,0001,150

ตัวอย่างลูกจ้างเงินเดือน 25,000 บาท (สูงกว่าฐานสูงสุดทุกระยะ) ปี 2569–2571 ถูกหักเดือนละ 875 บาท ปี 2572–2574 เป็น 1,000 บาท และตั้งแต่ปี 2575 เป็น 1,150 บาท นายจ้างต้องจ่ายส่วนของตนเพิ่มในจำนวนเท่ากัน จึงควรใส่ตัวเลขนี้ในประมาณการต้นทุนแรงงานล่วงหน้า

นำส่งเมื่อไร และส่งช้าเสียเท่าไร

มาตรา 39 และอัตราลดชั่วคราว

ผู้ประกันตนมาตรา 39 เป็นผู้นำส่งเงินสมทบเอง แผนปฏิบัติราชการปี 2569 ของสำนักงานประกันสังคมระบุอัตราปกติไว้ที่ร้อยละ 9 หรือเดือนละ 432 บาท

ข้อควรระวัง: รัฐอาจลดอัตราเงินสมทบชั่วคราวเฉพาะพื้นที่ เช่น แผนปฏิบัติราชการฉบับเดียวกันบันทึกการลดอัตราให้นายจ้างและผู้ประกันตนในท้องที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ งวดธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 โดยมาตรา 33 ลดจากฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 3% และมาตรา 39 ลดจาก 9% (432 บาท) เหลือ 5.90% (283 บาท) ถ้ามีมาตรการลักษณะนี้อีก ให้ใช้อัตราตามประกาศกระทรวงแรงงานที่ครอบคลุมพื้นที่และงวดนั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ประกันสังคม 2569 หักสูงสุดเดือนละเท่าไร

หักสูงสุด 875 บาทต่อเดือน เพราะตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 ฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณคือ 17,500 บาท คูณอัตรา 5% นายจ้างสมทบอีก 875 บาท รวมนำส่ง 1,750 บาทต่อคนต่อเดือน

เงินเดือน 15,000 บาท หักประกันสังคมเท่าไร

หัก 750 บาท (15,000 x 5%) นายจ้างสมทบอีก 750 บาท รวมนำส่ง 1,500 บาทต่อเดือน เพราะ 15,000 บาทอยู่ระหว่างฐานต่ำสุด 1,650 บาทและฐานสูงสุด 17,500 บาท จึงใช้ค่าจ้างจริงคำนวณ

เงินเดือนเกิน 17,500 บาท หักประกันสังคมเท่าไร

หัก 875 บาทเท่ากันในปี 2569–2571 ไม่ว่าเงินเดือนจะเป็น 20,000 หรือ 100,000 บาท เพราะค่าจ้างส่วนที่เกิน 17,500 บาทไม่นำมาคิดเงินสมทบ

ฐานค่าจ้างสูงสุดของประกันสังคมจะขึ้นอีกเมื่อไร

ตามกฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 ฐานสูงสุดจะขึ้นเป็น 20,000 บาทตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 (หักสูงสุด 1,000 บาท) และ 23,000 บาทตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 (หักสูงสุด 1,150 บาท)

นายจ้างส่งเงินสมทบช้าเสียอะไรบ้าง

มาตรา 49 พ.ร.บ.ประกันสังคม กำหนดให้นายจ้างที่ไม่นำส่งหรือส่งไม่ครบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสมทบ ต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนด

แหล่งที่มา

  1. สำนักงานประกันสังคม — สิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนมาตรา 33 (หมายเหตุฐานค่าจ้าง 1,650–17,500 บาท) — 20 สิงหาคม 2569
  2. ราชกิจจานุเบกษา — กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568 (เล่ม 142 ตอนที่ 81 ก) — 12 ธันวาคม 2568
  3. สำนักงานประกันสังคม — แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (PDF) — ปีงบประมาณ 2569
  4. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — เรื่องเสร็จที่ 489/2556 การคำนวณเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 — พ.ศ. 2556
  5. รัฐบาลไทย — สรุปข่าวการประชุม ครม. 3 พ.ย. 2569 ข้อ 8 (ระบุว่ากำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 “คงเดิม”) — 3 พฤศจิกายน 2569

ทีมงานเปิดตรวจทุกแหล่งเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 ข้อมูลอาจเปลี่ยนภายหลัง โปรดตรวจกับหน่วยงานต้นทางก่อนตัดสินใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาทีม BC Account ดูแพ็กเกจ