อยู่ระหว่างพัฒนา เว็บไซต์และรายละเอียดผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนแปลง กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อยืนยันข้อมูลล่าสุด

บทความ

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร?
เจ้าของกิจการต้องรู้อะไรบ้าง

คู่มือฉบับเข้าใจง่าย อัตราเท่าไร ใครต้องหัก เมื่อไรต้องนำส่ง พร้อมตัวอย่างจริงที่ใช้ได้ทันที

สำคัญ! ถ้าคุณจ่ายเงินให้ผู้รับเหมา ฟรีแลนซ์ หรือบริษัทอื่น แล้วไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย คุณอาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ต้องรู้และทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

"จ้างช่างมาซ่อมแอร์ จ่ายเงินไป 5,000 บาท ต้องหักภาษีด้วยเหรอ?" คำถามแบบนี้เจ้าของกิจการเจอบ่อยมาก และหลายคนยังสับสนว่า ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คืออะไร ต้องหักเมื่อไร อัตราเท่าไร บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างให้เข้าใจง่ายที่สุด

หลักการภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีที่ผู้จ่ายเงินต้อง "หักไว้" จากยอดที่จ่ายให้ผู้รับเงิน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน เปรียบเหมือนคุณเป็น "ตัวแทนเก็บภาษี" ให้รัฐบาลนั่นเอง

พูดง่ายๆ คือ: เมื่อคุณจ่ายเงินค่าจ้าง ค่าบริการ หรือค่าเช่าให้คนอื่น คุณต้องหักภาษีไว้ส่วนหนึ่ง ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด แล้วนำเงินส่วนที่หักไว้นั้นไปส่งสรรพากรภายใน 7 วัน นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่าย

ตัวอย่างให้เข้าใจง่าย

  • คุณจ้างฟรีแลนซ์ออกแบบเว็บไซต์ ค่าจ้าง 10,000 บาท
  • หัก ณ ที่จ่าย 3% = 300 บาท
  • จ่ายจริงให้ฟรีแลนซ์ = 9,700 บาท
  • นำส่งสรรพากร = 300 บาท (ภายใน 7 วัน หลังสิ้นเดือน)

ฟรีแลนซ์จะได้ "หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย" เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีปลายปี

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย

อัตราการหักภาษีขึ้นอยู่กับประเภทของเงินที่จ่าย นี่คืออัตราที่เจ้าของกิจการ SME เจอบ่อยที่สุด:

ประเภทเงินได้ อัตราหัก ตัวอย่าง
ค่าจ้างทำของ 3% จ้างช่างซ่อม, จ้างผลิตสินค้า, จ้างทำป้าย
ค่าบริการ 3% ค่าที่ปรึกษา, ค่าออกแบบ, ค่าบริการทำความสะอาด
ค่าเช่า 5% เช่าออฟฟิศ, เช่าพื้นที่ขายของ, เช่ารถ
ค่าโฆษณา 2% จ่ายค่าลงโฆษณาในสื่อ, ค่าจ้างทำโฆษณา
ค่าขนส่ง 1% บริการขนส่งสินค้า, ค่ารถส่งของ
ค่าประกันภัย 1% จ่ายเบี้ยประกันภัยให้บริษัทประกัน
ดอกเบี้ย 1% ดอกเบี้ยจ่ายให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
เงินปันผล 10% จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา

หมายเหตุ: อัตราข้างต้นเป็นอัตราทั่วไปสำหรับกรณีผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในประเทศ กรณีจ่ายให้บริษัทต่างประเทศ อัตราอาจแตกต่าง ควรปรึกษานักบัญชีเพิ่มเติม

ใครต้องหัก? ใครถูกหัก?

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายมี 2 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ต่างกัน:

ผู้จ่ายเงิน (ผู้หัก)

  • บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จ่ายเงินได้
  • มีหน้าที่หักภาษีไว้จากยอดที่จ่าย
  • ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับ
  • นำส่งภาษีที่หักไว้ให้กรมสรรพากรภายในกำหนด

ผู้รับเงิน (ผู้ถูกหัก)

  • บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ได้รับค่าจ้าง ค่าบริการ ฯลฯ
  • ถูกหักภาษีจากยอดรับ แต่ไม่ได้เสียภาษีเพิ่ม
  • ได้รับหนังสือรับรองฯ เพื่อใช้เป็นเครดิตภาษี
  • นำภาษีที่ถูกหักไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายปลายปี

ภ.ง.ด.3 vs ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร?

แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายมี 2 แบบหลัก ขึ้นอยู่กับว่าผู้รับเงินเป็นใคร:

ภ.ง.ด.3

ใช้เมื่อจ่ายเงินให้ บุคคลธรรมดา

  • จ้างฟรีแลนซ์ออกแบบ
  • จ้างช่างมาซ่อมแอร์
  • จ่ายค่าเช่าให้เจ้าของตึก (บุคคล)
  • จ่ายค่าจ้างช่างภาพ

ภ.ง.ด.53

ใช้เมื่อจ่ายเงินให้ นิติบุคคล (บริษัท/ห้างฯ)

  • จ่ายค่าบริการให้บริษัททำความสะอาด
  • จ่ายค่าเช่าให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์
  • จ่ายค่าขนส่งให้บริษัทโลจิสติกส์
  • จ่ายค่าที่ปรึกษาให้สำนักงานบัญชี
  • จ่ายให้บุคคลธรรมดา → ยื่น ภ.ง.ด.3
  • จ่ายให้นิติบุคคล → ยื่น ภ.ง.ด.53
  • กำหนดยื่นทั้งสองแบบ: ภายใน 7 วัน หลังสิ้นเดือนที่จ่าย (ถ้ายื่นออนไลน์ขยายได้อีก 8 วัน)

ขั้นตอนการหักและนำส่งภาษี

กระบวนการหักภาษี ณ ที่จ่ายมี 4 ขั้นตอนหลัก ที่ต้องทำให้ครบถ้วน:

  1. หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่จ่าย
    เมื่อจ่ายเงินค่าจ้าง ค่าบริการ ค่าเช่า ฯลฯ ให้หักภาษีตามอัตราที่กำหนดก่อนจ่ายเงิน เช่น ค่าจ้าง 10,000 บาท หัก 3% = 300 บาท จ่ายจริง 9,700 บาท
  2. ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
    ออกหนังสือรับรองฯ ให้ผู้รับเงินทันทีที่หัก เป็นเอกสาร 2 ส่วน ส่วนหนึ่งให้ผู้ถูกหัก อีกส่วนเก็บไว้เป็นหลักฐาน ต้องระบุชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ประเภทเงินได้ และจำนวนเงินที่หัก
  3. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53
    รวบรวมรายการหักทั้งเดือน แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 (จ่ายให้บุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (จ่ายให้นิติบุคคล) ภายใน 7 วัน นับจากวันสิ้นเดือนที่หัก
  4. นำส่งเงินภาษีที่หักไว้ให้กรมสรรพากร
    ชำระเงินภาษีที่หักไว้พร้อมกับการยื่นแบบ สามารถยื่นออนไลน์ผ่าน rd.go.th หรือยื่นที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ถ้ายื่นออนไลน์จะได้ขยายเวลาอีก 8 วัน

บทลงโทษถ้าไม่หัก / นำส่งช้า

กรมสรรพากรกำหนดบทลงโทษไว้ชัดเจน ทั้งกรณีไม่หักภาษี หักแล้วไม่นำส่ง หรือนำส่งช้า:

ไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ผู้จ่ายต้องรับผิดชอบจ่ายภาษีเองทั้งจำนวน โดยไม่สามารถเรียกเก็บจากผู้รับเงินได้

นำส่งช้า — เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน

คิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ต้องนำส่ง นับตั้งแต่วันครบกำหนด

ไม่ยื่นแบบ — ค่าปรับ 2,000 บาท

ค่าปรับไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ภายในกำหนด สูงสุด 2,000 บาทต่อแบบ

โทษอาญา

เจตนาหลีกเลี่ยง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อควรระวัง: แม้ว่าคุณจะลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย คุณในฐานะ "ผู้จ่ายเงิน" ยังคงต้องรับผิดชอบ นำส่งภาษีจำนวนนั้นให้สรรพากรด้วยตัวเอง พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ดังนั้นต้องหักทุกครั้งที่จ่ายเงิน

โปรแกรมบัญชี BC Ai ช่วยจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้อย่างไร?

การจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วยมืออาจผิดพลาดได้ง่าย ทั้งคำนวณอัตราผิด ลืมออกหนังสือรับรอง หรือยื่นแบบไม่ทัน โปรแกรมบัญชี BC Ai ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้:

คำนวณอัตโนมัติ

ระบบคำนวณอัตราหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตามประเภทเงินได้ ไม่ต้องจำเอง

ออกหนังสือรับรองฯ อัตโนมัติ

สร้างหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายได้ทันทีที่บันทึกรายการจ่ายเงิน

สรุปแบบ ภ.ง.ด.3 / 53

ระบบรวบรวมรายการหักทั้งเดือนและสรุปเป็นแบบยื่นพร้อมใช้งาน

แจ้งเตือนกำหนดนำส่ง

แจ้งเตือนก่อนครบกำหนดยื่นแบบ ไม่ต้องกลัวลืมจนเสียค่าปรับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จ่ายเงินเท่าไรถึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย?

ตามกฎหมาย ถ้าจ่ายเงินได้ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนด ยกเว้นบางกรณีที่มีข้อยกเว้นเฉพาะ เช่น ค่าซื้อสินค้าทั่วไปไม่ต้องหัก

ซื้อสินค้ามาขายต่อ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?

การซื้อสินค้า (ซื้อมาขาย) โดยทั่วไปไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าเป็นการ "จ้างผลิต" หรือ "จ้างทำของ" ถือว่าเป็นค่าจ้างทำของ ต้องหัก 3%

จ่ายค่าจ้างให้พนักงานประจำต้องหักภาษีอย่างไร?

เงินเดือนพนักงานประจำเป็น "เงินได้ตามมาตรา 40(1)" ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า (0-35%) โดยคำนวณจากเงินได้สุทธิทั้งปี ซึ่งต่างจากค่าจ้างทำของที่หักอัตราคงที่ 3%

ถ้าผู้รับเงินไม่ยอมให้หักภาษีจะทำอย่างไร?

ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักตามกฎหมาย ถ้าผู้รับเงินไม่ยอมให้หัก ผู้จ่ายยังคงต้องนำส่งภาษีจำนวนนั้นเอง ดังนั้นควรตกลงกันให้ชัดเจนก่อนจ่ายเงิน และอธิบายว่าเป็นข้อกำหนดของกฎหมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาทีม BC Account ดูแพ็กเกจ