⚠️ สรรพากรตรวจสอบรายได้ออนไลน์ได้!
กรมสรรพากรรับข้อมูลจาก Shopee, Lazada, ธนาคาร และแพลตฟอร์มต่างๆ อัตโนมัติ ถ้ามีรายได้จากการขายของออนไลน์แล้วไม่ยื่นภาษี มีโอกาสถูกตรวจสอบย้อนหลังสูงมาก
ขายของออนไลน์เป็นเรื่องง่าย สมัครร้านค้าบน Shopee Lazada หรือโพสต์ขายใน Facebook ก็เริ่มได้ทันที แต่พอพูดถึง "ภาษี" หลายคนถึงกับกลัว สับสน ไม่รู้ว่าต้องจ่ายภาษีไหม จ่ายเท่าไร และจะโดนย้อนหลังหรือเปล่า
บทความนี้จะตอบทุกคำถามเรื่องภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์แบบเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือขายมานานแล้ว
คำตอบสั้นๆ: ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษี!
ตามกฎหมายไทย รายได้ทุกประเภทต้องเสียภาษี ไม่ว่าจะขายออนไลน์หรือออฟไลน์ ขายบน Shopee, Lazada, Facebook, Instagram, TikTok Shop หรือ Line OA ล้วนถือเป็น "เงินได้พึงประเมิน" ที่ต้องนำมายื่นภาษีเงินได้ทั้งสิ้น
💡 หลักง่ายๆ ที่ต้องจำ
1. มีรายได้ = ต้องยื่นภาษี (ไม่ว่าจะมากหรือน้อย)
2. ไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ต้องเสียภาษี
3. ขายออนไลน์ไม่ได้ "ซ่อน" จากสรรพากร — เพราะมีข้อมูลจากธนาคารและแพลตฟอร์ม
4. ยื่นภาษีไม่ได้แปลว่าต้องจ่ายเยอะ — ถ้าวางแผนดี อาจจ่ายน้อยมากหรือไม่ต้องจ่ายเลย
ภาษี 3 ประเภทที่ร้านออนไลน์ต้องรู้
ร้านค้าออนไลน์ต้องเกี่ยวข้องกับภาษีหลักๆ 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและรายได้:
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ขายในนามบุคคล)
ถ้าขายของออนไลน์ในนามบุคคลทั่วไป (ไม่ได้จดบริษัท) รายได้จะถูกจัดเป็น เงินได้พึงประเมินมาตรา 40(8)ซึ่งต้องนำไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90) โดยมีอัตราก้าวหน้า:
| เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 - 150,000 | ยกเว้น (0%) |
| 150,001 - 300,000 | 5% |
| 300,001 - 500,000 | 10% |
| 500,001 - 750,000 | 15% |
| 750,001 - 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 - 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 - 5,000,000 | 30% |
| เกิน 5,000,000 | 35% |
* เงินได้สุทธิ = รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน
2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (จดบริษัท)
ถ้าจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ:
| กำไรสุทธิ (บาท/ปี) | อัตราภาษี (SME) |
|---|---|
| 0 - 300,000 | ยกเว้น (0%) |
| 300,001 - 3,000,000 | 15% |
| เกิน 3,000,000 | 20% |
* อัตรา SME ใช้กับบริษัทที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT (รายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี)
ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ถ้ารายได้จากการขายสินค้า เกิน 1,800,000 บาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7%
ตัวอย่าง: ขายสินค้าราคา 500 บาท ต้องเรียกเก็บจากลูกค้า 535 บาท (500 + VAT 35 บาท)
แล้วนำ VAT 35 บาทนั้นส่งให้กรมสรรพากรทุกเดือน (หักภาษีซื้อได้)
ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?
ต้องจดครับ ถ้าขายของออนไลน์เป็นประจำ ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ ผู้ที่ซื้อมาขายไปผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Registration) ภายใน 30 วัน นับจากเริ่มประกอบกิจการ
เข้าเว็บไซต์ DBD e-Registration
สมัครที่ dbdregistered.com และกรอกข้อมูลร้านค้าออนไลน์ของคุณ
เตรียมเอกสาร
บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน URL ร้านค้าออนไลน์ (Shopee/Lazada/Facebook)
ยื่นที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด
หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ DBD โดยมีค่าธรรมเนียม 50 บาท
ได้รับเครื่องหมาย DBD Registered
แสดงในหน้าร้านออนไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า
💡 ข้อดีของการจดทะเบียนพาณิชย์
นอกจากเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้าน ลูกค้ามั่นใจในการสั่งซื้อมากขึ้น และเป็นพื้นฐานสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต เช่น การขอสินเชื่อ หรือ การจดบริษัท
เมื่อไรต้องจด VAT?
เมื่อรายได้จากการขายสินค้า/บริการ เกิน 1,800,000 บาทต่อปี (ไม่ใช่กำไร แต่เป็นรายรับรวมทุกช่องทาง) คุณต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกิน
📊
เกณฑ์รายได้
1.8 ล้าน/ปี
นับรวมทุกช่องทาง
⏰
ต้องจดภายใน
30 วัน
หลังรายได้เกินเกณฑ์
💸
ถ้าไม่จด
ค่าปรับ + ดอกเบี้ย
ย้อนหลังได้ถึง 5 ปี
⚠️ ผลเสียถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จด VAT
เสียค่าปรับ 2-20% ของภาษี, เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน, ประเมินย้อนหลังได้ 5 ปี และในกรณีร้ายแรง อาจมีโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
Shopee/Lazada หักค่าธรรมเนียม = ค่าใช้จ่ายภาษี
หลายคนไม่รู้ว่า ค่าธรรมเนียมที่ Shopee, Lazada หักจากยอดขาย สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ซึ่งช่วยลดฐานภาษีลง:
ค่าคอมมิชชั่น (Commission Fee)
ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายแต่ละออเดอร์ โดยทั่วไป 3-6%
ค่าโฆษณาในแพลตฟอร์ม
ค่า Shopee Ads, Lazada Sponsored Products ที่จ่ายเพื่อโปรโมทสินค้า
ค่าจัดส่งที่ร้านรับภาระ
ส่วนลดค่าส่งที่ร้านออกให้ลูกค้า หรือค่า Free Shipping ที่ร้านจ่าย
ค่าบรรจุภัณฑ์
กล่อง ซองพลาสติก บับเบิ้ลกันกระแทก เทปปิดกล่อง ใบปะหน้าพัสดุ
สิ่งสำคัญคือต้อง เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ รายงานจากแพลตฟอร์ม หรือ Statement ที่ Shopee/Lazada ออกให้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการหักค่าใช้จ่ายทางภาษี
เทคนิคลดภาษีถูกกฎหมายสำหรับร้านออนไลน์
การลดภาษีไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภาษี แค่วางแผนให้ดีก็ประหยัดได้มาก:
บันทึกค่าใช้จ่ายทุกรายการอย่างครบถ้วน
เก็บใบเสร็จค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าโฆษณา ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่ามือถือ ค่าเช่าที่เก็บของ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
เลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม
ถ้ารายได้เกิน 750,000 บาท/ปี การจดบริษัทอาจประหยัดภาษีมากกว่าเสียในนามบุคคลธรรมดา เพราะอัตราภาษี SME เริ่มที่ 0% สำหรับกำไร 300,000 บาทแรก
หักค่าใช้จ่ายตามจริง ไม่ใช่แบบเหมา
บุคคลธรรมดาเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ เหมา 60% หรือตามจริง ถ้าค่าใช้จ่ายจริงมากกว่า 60% ให้เลือกหักตามจริงจะประหยัดกว่า
ใช้สิทธิ์ลดหย่อนให้เต็มที่
ประกันสังคม ประกันชีวิต กองทุน RMF/SSF เงินบริจาค ดอกเบี้ยบ้าน ค่าฝากครรภ์ ค่าเลี้ยงดูบุตร ทุกสิทธิ์ลดหย่อนช่วยลดภาษีได้จริง
เปรียบเทียบ: บุคคลธรรมดา vs จดบริษัท
หลายคนสงสัยว่าควรขายในนามบุคคลหรือจดบริษัทดี ลองดูตารางเปรียบเทียบ:
| หัวข้อ | บุคคลธรรมดา | จดบริษัท (นิติบุคคล) |
|---|---|---|
| อัตราภาษี | 0-35% (ก้าวหน้า) | 0-20% (SME) |
| ความน่าเชื่อถือ | ปานกลาง | สูง — คู่ค้าไว้วางใจ |
| VAT | ต้องจดถ้าเกิน 1.8 ล้าน | ต้องจดถ้าเกิน 1.8 ล้าน |
| ค่าใช้จ่ายที่หักได้ | เหมา 60% หรือตามจริง | ตามจริงเท่านั้น (หักได้มากกว่า) |
| ค่าใช้จ่ายจัดตั้ง | ไม่มี | 10,000-15,000 บาท |
| ค่าทำบัญชีรายเดือน | ไม่จำเป็น | 2,000-5,000 บาท/เดือน |
| ความรับผิดชอบ | ไม่จำกัด (ทรัพย์สินส่วนตัว) | จำกัดตามทุนจดทะเบียน |
| เหมาะกับ | รายได้ต่ำกว่า 750,000/ปี | รายได้เกิน 750,000/ปี |
💡 แนะนำ
ถ้ารายได้ยังไม่ถึง 750,000 บาท/ปี เริ่มจากบุคคลธรรมดาก่อนก็ได้ พอรายได้เติบโตค่อยจดบริษัท แต่ถ้าตั้งใจทำจริงจังและต้องการความน่าเชื่อถือ จดบริษัทตั้งแต่แรกก็คุ้มค่าในระยะยาว
โปรแกรมบัญชีช่วยร้านออนไลน์ได้อย่างไร
การทำบัญชีร้านค้าออนไลน์ด้วย Excel หรือจดมือ ทำให้พลาดค่าใช้จ่ายได้ง่าย โปรแกรมบัญชีสมัยใหม่ช่วยจัดการเรื่องภาษีให้ร้านออนไลน์ได้แบบครบวงจร:
บันทึกรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ
เชื่อมต่อกับ Shopee, Lazada และบัญชีธนาคาร ดึงข้อมูลยอดขายและค่าธรรมเนียมมาบันทึกให้อัตโนมัติ
ออกใบกำกับภาษี / ใบเสร็จ
ออกเอกสารทางภาษีได้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมส่งให้ลูกค้าทางอีเมลหรือ Line
สรุปรายงานภาษีพร้อมยื่น
คำนวณ VAT ภาษีเงินได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้อัตโนมัติ พร้อมรายงานสำหรับยื่นสรรพากร
แจ้งเตือนกำหนดยื่นภาษี
ไม่พลาดกำหนดยื่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 หรือภาษีเงินได้ประจำปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บทความที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรมบัญชีสำหรับร้านค้าออนไลน์
บันทึกรายรับ-รายจ่าย สรุปภาษี ออกใบกำกับภาษีครบในที่เดียว ทดลองใช้ฟรี
