← กลับหน้าบทความ
ภาษีออนไลน์3 มีนาคม 2568 • อ่าน 9 นาที

ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม?
คู่มือภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์ 2568

ทุกเรื่องภาษีที่คนขายของ Shopee Lazada Facebook ต้องรู้ ก่อนสรรพากรเคาะประตู

ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม? คู่มือภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์ 2568

⚠️ สรรพากรตรวจสอบรายได้ออนไลน์ได้!

กรมสรรพากรรับข้อมูลจาก Shopee, Lazada, ธนาคาร และแพลตฟอร์มต่างๆ อัตโนมัติ ถ้ามีรายได้จากการขายของออนไลน์แล้วไม่ยื่นภาษี มีโอกาสถูกตรวจสอบย้อนหลังสูงมาก

ขายของออนไลน์เป็นเรื่องง่าย สมัครร้านค้าบน Shopee Lazada หรือโพสต์ขายใน Facebook ก็เริ่มได้ทันที แต่พอพูดถึง "ภาษี" หลายคนถึงกับกลัว สับสน ไม่รู้ว่าต้องจ่ายภาษีไหม จ่ายเท่าไร และจะโดนย้อนหลังหรือเปล่า

บทความนี้จะตอบทุกคำถามเรื่องภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์แบบเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือขายมานานแล้ว

คำตอบสั้นๆ: ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษี!

ตามกฎหมายไทย รายได้ทุกประเภทต้องเสียภาษี ไม่ว่าจะขายออนไลน์หรือออฟไลน์ ขายบน Shopee, Lazada, Facebook, Instagram, TikTok Shop หรือ Line OA ล้วนถือเป็น "เงินได้พึงประเมิน" ที่ต้องนำมายื่นภาษีเงินได้ทั้งสิ้น

💡 หลักง่ายๆ ที่ต้องจำ

1. มีรายได้ = ต้องยื่นภาษี (ไม่ว่าจะมากหรือน้อย)

2. ไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ต้องเสียภาษี

3. ขายออนไลน์ไม่ได้ "ซ่อน" จากสรรพากร — เพราะมีข้อมูลจากธนาคารและแพลตฟอร์ม

4. ยื่นภาษีไม่ได้แปลว่าต้องจ่ายเยอะ — ถ้าวางแผนดี อาจจ่ายน้อยมากหรือไม่ต้องจ่ายเลย

ภาษี 3 ประเภทที่ร้านออนไลน์ต้องรู้

ร้านค้าออนไลน์ต้องเกี่ยวข้องกับภาษีหลักๆ 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและรายได้:

1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ขายในนามบุคคล)

ถ้าขายของออนไลน์ในนามบุคคลทั่วไป (ไม่ได้จดบริษัท) รายได้จะถูกจัดเป็น เงินได้พึงประเมินมาตรา 40(8)ซึ่งต้องนำไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90) โดยมีอัตราก้าวหน้า:

เงินได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษี
0 - 150,000ยกเว้น (0%)
150,001 - 300,0005%
300,001 - 500,00010%
500,001 - 750,00015%
750,001 - 1,000,00020%
1,000,001 - 2,000,00025%
2,000,001 - 5,000,00030%
เกิน 5,000,00035%

* เงินได้สุทธิ = รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน

2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (จดบริษัท)

ถ้าจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ:

กำไรสุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษี (SME)
0 - 300,000ยกเว้น (0%)
300,001 - 3,000,00015%
เกิน 3,000,00020%

* อัตรา SME ใช้กับบริษัทที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT (รายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี)

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ถ้ารายได้จากการขายสินค้า เกิน 1,800,000 บาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7%

ตัวอย่าง: ขายสินค้าราคา 500 บาท ต้องเรียกเก็บจากลูกค้า 535 บาท (500 + VAT 35 บาท)

แล้วนำ VAT 35 บาทนั้นส่งให้กรมสรรพากรทุกเดือน (หักภาษีซื้อได้)

ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?

ต้องจดครับ ถ้าขายของออนไลน์เป็นประจำ ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ ผู้ที่ซื้อมาขายไปผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Registration) ภายใน 30 วัน นับจากเริ่มประกอบกิจการ

1

เข้าเว็บไซต์ DBD e-Registration

สมัครที่ dbdregistered.com และกรอกข้อมูลร้านค้าออนไลน์ของคุณ

2

เตรียมเอกสาร

บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน URL ร้านค้าออนไลน์ (Shopee/Lazada/Facebook)

3

ยื่นที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ DBD โดยมีค่าธรรมเนียม 50 บาท

4

ได้รับเครื่องหมาย DBD Registered

แสดงในหน้าร้านออนไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า

💡 ข้อดีของการจดทะเบียนพาณิชย์

นอกจากเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้าน ลูกค้ามั่นใจในการสั่งซื้อมากขึ้น และเป็นพื้นฐานสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต เช่น การขอสินเชื่อ หรือ การจดบริษัท

เมื่อไรต้องจด VAT?

เมื่อรายได้จากการขายสินค้า/บริการ เกิน 1,800,000 บาทต่อปี (ไม่ใช่กำไร แต่เป็นรายรับรวมทุกช่องทาง) คุณต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกิน

📊

เกณฑ์รายได้

1.8 ล้าน/ปี

นับรวมทุกช่องทาง

ต้องจดภายใน

30 วัน

หลังรายได้เกินเกณฑ์

💸

ถ้าไม่จด

ค่าปรับ + ดอกเบี้ย

ย้อนหลังได้ถึง 5 ปี

⚠️ ผลเสียถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จด VAT

เสียค่าปรับ 2-20% ของภาษี, เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน, ประเมินย้อนหลังได้ 5 ปี และในกรณีร้ายแรง อาจมีโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

Shopee/Lazada หักค่าธรรมเนียม = ค่าใช้จ่ายภาษี

หลายคนไม่รู้ว่า ค่าธรรมเนียมที่ Shopee, Lazada หักจากยอดขาย สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ซึ่งช่วยลดฐานภาษีลง:

🏷️

ค่าคอมมิชชั่น (Commission Fee)

ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายแต่ละออเดอร์ โดยทั่วไป 3-6%

📢

ค่าโฆษณาในแพลตฟอร์ม

ค่า Shopee Ads, Lazada Sponsored Products ที่จ่ายเพื่อโปรโมทสินค้า

🚚

ค่าจัดส่งที่ร้านรับภาระ

ส่วนลดค่าส่งที่ร้านออกให้ลูกค้า หรือค่า Free Shipping ที่ร้านจ่าย

📦

ค่าบรรจุภัณฑ์

กล่อง ซองพลาสติก บับเบิ้ลกันกระแทก เทปปิดกล่อง ใบปะหน้าพัสดุ

สิ่งสำคัญคือต้อง เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ รายงานจากแพลตฟอร์ม หรือ Statement ที่ Shopee/Lazada ออกให้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการหักค่าใช้จ่ายทางภาษี

เทคนิคลดภาษีถูกกฎหมายสำหรับร้านออนไลน์

การลดภาษีไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภาษี แค่วางแผนให้ดีก็ประหยัดได้มาก:

📋

บันทึกค่าใช้จ่ายทุกรายการอย่างครบถ้วน

เก็บใบเสร็จค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าโฆษณา ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่ามือถือ ค่าเช่าที่เก็บของ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

🏢

เลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม

ถ้ารายได้เกิน 750,000 บาท/ปี การจดบริษัทอาจประหยัดภาษีมากกว่าเสียในนามบุคคลธรรมดา เพราะอัตราภาษี SME เริ่มที่ 0% สำหรับกำไร 300,000 บาทแรก

💰

หักค่าใช้จ่ายตามจริง ไม่ใช่แบบเหมา

บุคคลธรรมดาเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ เหมา 60% หรือตามจริง ถ้าค่าใช้จ่ายจริงมากกว่า 60% ให้เลือกหักตามจริงจะประหยัดกว่า

🎯

ใช้สิทธิ์ลดหย่อนให้เต็มที่

ประกันสังคม ประกันชีวิต กองทุน RMF/SSF เงินบริจาค ดอกเบี้ยบ้าน ค่าฝากครรภ์ ค่าเลี้ยงดูบุตร ทุกสิทธิ์ลดหย่อนช่วยลดภาษีได้จริง

เปรียบเทียบ: บุคคลธรรมดา vs จดบริษัท

หลายคนสงสัยว่าควรขายในนามบุคคลหรือจดบริษัทดี ลองดูตารางเปรียบเทียบ:

หัวข้อบุคคลธรรมดาจดบริษัท (นิติบุคคล)
อัตราภาษี0-35% (ก้าวหน้า)0-20% (SME)
ความน่าเชื่อถือปานกลางสูง — คู่ค้าไว้วางใจ
VATต้องจดถ้าเกิน 1.8 ล้านต้องจดถ้าเกิน 1.8 ล้าน
ค่าใช้จ่ายที่หักได้เหมา 60% หรือตามจริงตามจริงเท่านั้น (หักได้มากกว่า)
ค่าใช้จ่ายจัดตั้งไม่มี10,000-15,000 บาท
ค่าทำบัญชีรายเดือนไม่จำเป็น2,000-5,000 บาท/เดือน
ความรับผิดชอบไม่จำกัด (ทรัพย์สินส่วนตัว)จำกัดตามทุนจดทะเบียน
เหมาะกับรายได้ต่ำกว่า 750,000/ปีรายได้เกิน 750,000/ปี

💡 แนะนำ

ถ้ารายได้ยังไม่ถึง 750,000 บาท/ปี เริ่มจากบุคคลธรรมดาก่อนก็ได้ พอรายได้เติบโตค่อยจดบริษัท แต่ถ้าตั้งใจทำจริงจังและต้องการความน่าเชื่อถือ จดบริษัทตั้งแต่แรกก็คุ้มค่าในระยะยาว

โปรแกรมบัญชีช่วยร้านออนไลน์ได้อย่างไร

การทำบัญชีร้านค้าออนไลน์ด้วย Excel หรือจดมือ ทำให้พลาดค่าใช้จ่ายได้ง่าย โปรแกรมบัญชีสมัยใหม่ช่วยจัดการเรื่องภาษีให้ร้านออนไลน์ได้แบบครบวงจร:

📊

บันทึกรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ

เชื่อมต่อกับ Shopee, Lazada และบัญชีธนาคาร ดึงข้อมูลยอดขายและค่าธรรมเนียมมาบันทึกให้อัตโนมัติ

🧾

ออกใบกำกับภาษี / ใบเสร็จ

ออกเอกสารทางภาษีได้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมส่งให้ลูกค้าทางอีเมลหรือ Line

📈

สรุปรายงานภาษีพร้อมยื่น

คำนวณ VAT ภาษีเงินได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้อัตโนมัติ พร้อมรายงานสำหรับยื่นสรรพากร

💡

แจ้งเตือนกำหนดยื่นภาษี

ไม่พลาดกำหนดยื่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 หรือภาษีเงินได้ประจำปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขายของออนไลน์รายได้น้อยๆ เดือนละ 5,000 บาท ต้องเสียภาษีไหม?
ต้องยื่นภาษีครับ แต่ไม่จำเป็นต้อง "จ่าย" ภาษี เพราะถ้ารายได้สุทธิทั้งปีไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับยกเว้นภาษี (อัตรา 0%) แต่ยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ตามกฎหมาย
ขายของ Facebook Live ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง?
ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Registration) ถ้าขายเป็นประจำ และต้องจดทะเบียน VAT ถ้ารายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี นอกจากนี้ควรมี e-Tax Invoice ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคล
สรรพากรรู้ได้อย่างไรว่าเรามีรายได้จากขายของออนไลน์?
สรรพากรรับข้อมูลจากหลายช่องทาง: ธนาคารรายงานบัญชีที่มีการโอนเข้ามากกว่า 3,000 ครั้ง/ปี หรือยอดเกิน 2 ล้าน/ปี, Shopee/Lazada ส่งรายงานให้สรรพากร, และข้อมูลจากคู่ค้าที่ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ขายของมือสอง (สินค้าใช้แล้ว) ต้องเสียภาษีไหม?
ถ้าขายของส่วนตัวที่ใช้แล้วเป็นครั้งคราว ถือเป็นรายได้ส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้น แต่ถ้ารับซื้อของมือสองมาขายต่อเป็นธุรกิจ ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามปกติ

โปรแกรมบัญชีสำหรับร้านค้าออนไลน์

บันทึกรายรับ-รายจ่าย สรุปภาษี ออกใบกำกับภาษีครบในที่เดียว ทดลองใช้ฟรี